ทุกทริปสอนอะไรบางอย่างกับเราเสมอ
หลังจากใช้เวลา 5 สัปดาห์ท่องเที่ยวทั่วสหรัฐอเมริกา ฉันเลยอยากรวบรวมทุกสิ่งที่ได้เรียนรู้มาไว้ในที่เดียว ตั้งแต่เรื่องการเดินทาง ช้อปปิ้ง อาหาร บัตร แอป และเคล็ดลับเฉพาะแต่ละเมือง
ทั้งหมดนี้มาจากประสบการณ์จริงของฉันเอง เป็นเพียงเคล็ดลับที่ใช้งานได้จริง ข้อสังเกต และบทเรียนที่เก็บเกี่ยวมาระหว่างทาง ซึ่งหวังว่าจะทำให้ทริปอเมริกาของคุณดีขึ้นกว่าของฉันสักหน่อย
📚 สารบัญ
✈️ Part 1 — ก่อนออกเดินทาง
🇺🇸 Part 2 — เคล็ดลับการใช้ชีวิตในอเมริกา
📍 Part 3 — ไกด์แนะนำเมือง
- 🗽 นิวยอร์ก
- 🌴 ฟอร์ตลอเดอร์เดล
- 🌊 ลอสแองเจลิส และซานเคลเมนเต
- 🎰 ลาสเวกัส
ทริปแบบสรุป
⏳ ระยะเวลา
5 สัปดาห์ (รวมเวลาเดินทางบนเครื่อง)
📍 สถานที่ที่ไป
🗽 นิวยอร์ก → นครนิวยอร์ก, บรูคลิน
🌴 ฟลอริดา → ฟอร์ตลอเดอร์เดล
🌊 แคลิฟอร์เนีย → ลอสแองเจลิส, ซานเคลเมนเต, ซานฟรานซิสโก
🎰 เนวาดา → ลาสเวกัส
✈️ เส้นทาง
เดลี → นิวยอร์ก → ไมอามี → ลอสแองเจลิส → ลาสเวกัส → ซานฟรานซิสโก → เดลี
🗓️ ช่วงเวลาที่ไป
ปลายเดือนพฤษภาคมถึงสิ้นเดือนมิถุนายน (ฤดูร้อน)
🙋 คู่มือนี้เหมาะสำหรับใคร?
ไม่ว่าคุณจะกำลังวางแผนเที่ยวอเมริกาเป็นครั้งแรก หรือกลับไปอีกครั้งหลังจากห่างหายไปนาน คู่มือนี้เหมาะสำหรับทุกคนที่ต้องการคำแนะนำเชิงปฏิบัติที่ได้จากประสบการณ์จริง
ฉันโฟกัสไปที่เรื่องสำคัญที่สุดในการเดินทาง ไม่ว่าจะเป็น การเดินทาง ช้อปปิ้ง อาหาร การเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต การชำระเงิน สถานที่ท่องเที่ยว คำแนะนำเฉพาะแต่ละเมือง และบทเรียนเล็ก ๆ น้อย ๆ อีกมากมายที่เก็บเกี่ยวได้ระหว่างทาง
Part 1 — ก่อนออกเดินทาง
การเตรียมตัวเพียงเล็กน้อยช่วยให้ทุกอย่างง่ายขึ้นมาก นี่คือบางสิ่งที่ทำให้การเดินทางของเราราบรื่นยิ่งขึ้นตั้งแต่ก่อนขึ้นเครื่อง
🛂 วีซ่า
คุณต้องมี วีซ่า B1/B2 เพื่อเข้าสหรัฐอเมริกา
ค่าธรรมเนียมการยื่นวีซ่าปัจจุบันอยู่ที่ 185 ดอลลาร์ต่อคน ซึ่งเป็นค่าดำเนินการที่ไม่สามารถขอคืนได้
ฉันมีวีซ่าอเมริกาที่ยังไม่หมดอายุอยู่แล้ว และได้ต่ออายุใน เดือนกรกฎาคม 2025 ผ่านกระบวนการ Dropbox
เชื่อฉันเถอะ ถ้าคุณมีสิทธิ์ต่ออายุผ่าน Dropbox ลองดูตัวเลือกนี้ให้ดี เพราะขั้นตอนง่ายมาก และช่วยให้ฉันไม่ต้องผ่านการสัมภาษณ์ตามปกติ
ฉันยื่นวีซ่าให้ ภรรยาและลูกสาว เอง ตอนแรกคิวนัดแสดงว่าต้องรอเกือบ 10 เดือน แต่โชคดีที่ทุกอย่างเรียบร้อยและพวกเธอได้วีซ่าในที่สุด
ฉันเขียนโพสต์รายละเอียดเกี่ยวกับ ประสบการณ์ต่ออายุวีซ่าอเมริกาและขั้นตอน Dropbox ทั้งหมด ไว้ที่นี่:
https://x.com/man1sh_golcha/status/1946936120677159372
🛂 Fast Track Immigration
ถ้าคุณเดินทางไปต่างประเทศจากอินเดีย Fast Track Immigration (FTI-TTP) คือตัวเปลี่ยนเกมอย่างแท้จริง
ถ้าลงทะเบียนไว้แล้วก็เยี่ยมเลย แต่ถ้ายัง ไม่ก็แนะนำให้ลงทะเบียนก่อนเดินทาง และยืนยันตัวตนด้วยระบบไบโอเมตริกซ์ล่วงหน้า
ที่ สนามบินเดลี เทอร์มินัล 3 เคาน์เตอร์ไบโอเมตริกซ์จะอยู่ทางขวาสุด ตรงก่อนถึงเคาน์เตอร์ตรวจคนเข้าเมือง มองง่าย ๆ พลาดได้ง่ายมาก เพราะฉะนั้นคอยสังเกตดี ๆ
จุดเด่นคือ? ในขณะที่คิวตรวจคนเข้าเมืองปกติอาจยาวเหยียด เลน Fast Track มักมีเวลารอไม่นาน หรือแทบไม่ต้องรอเลย
🛫 ประสบการณ์ที่สนามบิน
เพราะเดินทางกับครอบครัว ฉันเลยจองบริการ Meet & Greet โดยใช้สิทธิ์จาก HSBC Premier
มันช่วยให้ประสบการณ์ที่สนามบินราบรื่นขึ้นมาก โดยเฉพาะตอนที่ต้องแบกสัมภาระหลายใบ
บริการนี้ยังรวมสิทธิ์เข้าใช้ Encalm Lounge ด้วย ถึงแม้เราจะบินชั้นธุรกิจและมีสิทธิ์เข้าเลานจ์อยู่แล้ว แต่ก็ถือเป็นสิทธิประโยชน์ที่ดีมาก
🛡️ ประกันการเดินทาง
อย่าข้ามประกันการเดินทางเมื่อไปต่างประเทศเด็ดขาด
โชคดีที่ฉันไม่ต้องใช้มัน แต่มันเป็นหนึ่งในสิ่งที่คุณจะรู้สึกคุ้มค่าเมื่อมีอะไรผิดพลาดเท่านั้น
ฉันซื้อจาก Digit Insurance คำแนะนำหนึ่งคือ ให้เผื่อวันไว้สัก 2-3 วันก่อนและหลังวันเดินทางจริงเสมอ เพราะเที่ยวบินล่าช้าหรือการเปลี่ยนแปลงที่ไม่คาดคิดเกิดขึ้นได้เสมอ และความคุ้มครองที่เผื่อไว้นี้ช่วยให้อุ่นใจ
💳 บัตรที่ฉันพกไป
ฉันไม่ได้พกบัตร forex และบอกตามตรงว่าไม่เคยรู้สึกว่าจำเป็นต้องใช้เลย
บัตรหลักที่ใช้ทั้งทริปคือ Axis Magnus Burgundy
และยังพกอีกด้วย:
- HDFC Infinia (ลงทะเบียนใน Global Value Program)
- HSBC Premier
เนื่องจากทั้งฉันและภรรยาใช้ iPhone เราจึงใช้ประโยชน์จากโปรโมชัน Visa Tap to Pay ที่มีเฉพาะ Android ไม่ได้ ไม่อย่างนั้น HDFC Infinia น่าจะเป็นบัตรหลักที่ใช้จ่ายแทน
ฉันยังพกบัตร Priority Pass ด้วย ซึ่งมีประโยชน์มากสำหรับการเข้าเลานจ์ภายในประเทศสหรัฐอเมริกา
ก่อนออกเดินทาง อย่าลืม เปิดใช้งานการทำรายการระหว่างประเทศ บนบัตรทุกใบที่ตั้งใจจะพกไป และเพิ่มบัตรลงใน Apple Pay หรือ Google Wallet เท่าที่จะทำได้
ส่วนเงินสดฉันพกไปน้อยมาก เพราะการรับชำระด้วยบัตรในอเมริกาดีมาก คุณสามารถจัดการเกือบทั้งทริปได้โดยไม่ต้องใช้เงินสดก็ได้ ถึงอย่างนั้น การพกเงินสดติดตัวไว้ก็ยังเป็นความคิดที่ดีสำหรับพ่อค้าแม่ค้าริมทางหรือเหตุฉุกเฉิน
📱 ซิมการ์ด
เราใช้บริการ Airtel แบบรายเดือนอยู่แล้ว ดังนั้นแทนที่จะซื้อซิมท้องถิ่น เราจึงเปิดใช้ แพ็กเกจโรมมิ่งระหว่างประเทศ 90 วัน ของ Airtel
แพ็กเกจนี้รวม อินเทอร์เน็ตความเร็วสูง 40 GB และประสบการณ์ใช้งานดีมาก พอมีทั้งดาต้ามือถือและไวไฟโรงแรม เราก็ไม่รู้สึกต้องซื้อซิมเพิ่มเลย
ถ้าอยากได้แบบเฉพาะดาต้าอย่างเดียว Roamless ก็เป็นอีกตัวเลือกที่ดี ฉันเคยใช้ในทริปก่อน ๆ และมันทำงานได้ลื่นไหลดีมาก
📲 แอปที่ควรติดตั้ง
แอปเหล่านี้ทำให้ทริปง่ายขึ้นมาก
🗺️ Google Maps / Apple Maps
- นำทาง, เดินทางด้วยเท้า, เส้นทางขนส่งสาธารณะ และอีกสารพัด
🚕 Uber
- แท็กซี่, Uber Eats, และเดลิเวอรีของชำ
- เปิดใช้งานทดลองใช้ Uber One ฟรี ถ้าคุณมีสิทธิ์ แต่อย่าลืมยกเลิกก่อนทริปจบนะ
- เชื่อมบัญชีของคุณกับ Delta Air Lines เพื่อสะสม SkyMiles เพิ่มเติมจากการนั่งรถที่มีสิทธิ์
🚗 Lyft
- ฉันพบว่า Lyft ถูกกว่า Uber เล็กน้อยในหลายเส้นทาง
- ลองใช้ Lyft Pink แบบทดลองฟรีถ้ามี
- เชื่อมบัญชี Lyft กับ United Airlines เพื่อสะสมไมล์ MileagePlus จากการนั่งรถที่มีสิทธิ์
🍔 DoorDash
- เหมาะมากสำหรับเดลิเวอรีอาหารและของชำ
- คุณสามารถซื้อบัตรของขวัญผ่านแอปได้ด้วย
- เปิดใช้ DashPass ทดลองฟรีเพื่อประหยัดค่าจัดส่ง
📥 การเตรียมตัวแบบออฟไลน์
ของไม่กี่อย่างที่เตรียมหรือดาวน์โหลดไว้ก่อนเดินทาง จะช่วยลดปัญหาได้เยอะในภายหลัง
- แผนที่ออฟไลน์ — สัญญาณมือถือไม่ได้มีทุกที่ โดยเฉพาะตอนขับรถทางไกล ควรดาวน์โหลดแผนที่ออฟไลน์ไว้ก่อนออกเดินทาง
- เพลงและความบันเทิงแบบออฟไลน์ — ดาวน์โหลดเพลย์ลิสต์ พอดแคสต์ หรือหนังเรื่องโปรดไว้สำหรับพื้นที่สัญญาณอ่อน
- บอร์ดดิ้งพาส — ดาวน์โหลดบอร์ดดิ้งพาสทั้งหมดลงโทรศัพท์ และเก็บสำเนา PDF หรือแบบพิมพ์ติดตัวไว้เป็นแบ็กอัป
- การยืนยันโรงแรม — เซฟการยืนยันโรงแรมทั้งหมดไว้แบบออฟไลน์ หรือพกฉบับพิมพ์ติดตัว เพราะมีประโยชน์มากถ้าอินเทอร์เน็ตใช้ไม่ได้ตอนเช็กอิน
- เอกสารสำคัญ — เก็บสำเนาดิจิทัลของพาสปอร์ต วีซ่า ประกันการเดินทาง และเอกสารสำคัญอื่น ๆ ไว้ในคลาวด์สตอเรจ รวมถึงแบบออฟไลน์ในโทรศัพท์ด้วย
Part 2 — เคล็ดลับการใช้ชีวิตในอเมริกา
สิ่งเล็ก ๆ น้อย ๆ เหล่านี้มักไม่ค่อยมีในไกด์นำเที่ยว แต่ช่วยให้ทริปของคุณราบรื่นขึ้นได้มาก
🚰 น้ำ
หนึ่งในสิ่งที่ดีที่สุดเกี่ยวกับการเที่ยวอเมริกาคือ คุณไม่ต้องซื้อน้ำขวดซ้ำแล้วซ้ำเล่า
น้ำประปา
ในพื้นที่ที่อยู่อาศัยส่วนใหญ่ น้ำประปาดื่มได้อย่างปลอดภัย ถ้าไม่แน่ใจ ก็ถามพนักงานโรงแรมหรือเจ้าของที่พักก่อนดื่มได้เลย
ตู้น้ำดื่มสาธารณะ
สถานที่ท่องเที่ยวส่วนใหญ่ สนามบิน สวนสาธารณะ ห้างสรรพสินค้า และพื้นที่สาธารณะจะมีตู้น้ำดื่มหรือจุดเติมน้ำขวดให้ พกขวดน้ำที่ใช้ซ้ำได้ จะช่วยประหยัดทั้งเงินและลดขยะพลาสติก
น้ำขวด
ถ้าชอบน้ำขวด ควรเลี่ยงซื้อขวดเดียวจากร้านสะดวกซื้อ ให้ซื้อแพ็กขนาดแกลลอนไว้ในห้องโรงแรม แล้วเติมใส่ขวดเล็กก่อนออกไปข้างนอกทุกวันแทน
🛒 ซูเปอร์มาร์เก็ต
นี่คือร้านประจำที่ฉันใช้ตลอดทริป
🛍️ Walmart
เหมาะสำหรับ: ของชำ ขนม เครื่องดื่ม ของใช้จำเป็น ยา ของฝาก และช้อปปิ้งแบบประหยัด
ปกติเป็นตัวเลือกที่ถูกที่สุดในสามร้านนี้
🥗 Whole Foods
เหมาะสำหรับ: ผลไม้สด ขนมปัง สลัด อาหารพร้อมทาน และของชำพรีเมียม
ถ้ามองหาอาหารเพื่อสุขภาพหรือมื้อสดใหม่แบบเร่งด่วน Whole Foods คือตัวเลือกที่ยากจะหามาเทียบ
🎯 Target
เหมาะสำหรับ: ของชำ ของใช้ในบ้าน เสื้อผ้า ขนม และเครื่องใช้ไฟฟ้า
เป็นร้านรอบด้านที่ดีมาก และปกติสะอาดกว่า คนไม่แน่นเท่า Walmart
🏪 7-Eleven
สะดวก แต่แพง
ควรใช้เฉพาะเวลารีบร้อนจำเป็นเท่านั้น สำหรับการช้อปที่วางแผนไว้ Walmart หรือ Target ถูกกว่าเกือบตลอด
🍔 เดลิเวอรีอาหาร
แอปเดลิเวอรีประจำของฉันคือ Uber Eats และ DoorDash
ถ้ามีสิทธิ์ ให้เปิดใช้เวอร์ชันทดลองฟรี (Uber One และ DashPass) ก่อนสั่งอาหาร พวกมันช่วยประหยัดค่าจัดส่งและค่าบริการได้เยอะมาก
อย่าใช้แอปเหล่านี้แค่สั่งเดลิเวอรีมาที่บ้าน
ร้านอาหารหลายร้านให้โปรโมชันเดียวกันกับ การสั่งแบบไปรับเอง ด้วย คุณจึงใช้โปรในแอปได้พร้อมกับไม่ต้องจ่ายค่าจัดส่งและทิป ถ้าอยู่ใกล้อยู่แล้ว การไปรับเองมักจะคุ้มกว่า
💰 วัฒนธรรมการให้ทิป
นี่น่าจะเป็นหนึ่งในสิ่งที่ปรับตัวยากที่สุดสำหรับคนจากอินเดีย
ในอเมริกา การให้ทิปเป็นสิ่งที่คาดหวังในหลายสถานการณ์ โดยเฉพาะร้านอาหาร บาร์ เดลิเวอรีอาหาร แท็กซี่ และร้านทำผม
แนวทางคร่าว ๆ ที่ใช้ได้ผลสำหรับฉัน:
- 🍽️ ร้านอาหาร (แบบมีบริการที่โต๊ะ): ปกติให้ 15–20%
- 🚕 Uber/Lyft: ให้หรือไม่ให้ก็ได้ แต่ถ้าให้ก็เป็นการดี
- 🍔 เดลิเวอรีอาหาร: ปกติให้ไม่กี่ดอลลาร์ ขึ้นอยู่กับยอดสั่ง
- ☕ ร้านกาแฟแบบบริการตัวเองและร้านซื้อกลับบ้าน: คุณจะเห็นหน้าจอให้ทิปบ่อย ๆ อย่ารู้สึกกดดัน แล้วแต่คุณเลย
เรื่องที่ต้องจำไว้: ร้านอาหารหลายร้านแสดงราคา ก่อนภาษี ดังนั้นบิลสุดท้ายของคุณมักจะสูงขึ้นเมื่อรวมภาษีขายและทิป
🚗 การเดินทางในเมือง
🚙 ขับรถเอง
ถ้าคุณวางแผนจะเที่ยวหลายเมืองหรือสถานที่นอกย่านใจกลางเมือง การเช่ารถเป็นตัวเลือกที่ดีที่สุด
ช่วง 10 วันสุดท้ายของทริป เราเช่า รถตู้ 12 ที่นั่ง ผ่าน Avis
ก่อนจอง ให้อ่านเงื่อนไขการเช่าอย่างละเอียด เพราะภาษี ประกัน ตัวเลือกค่าผ่านทาง และค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมอื่น ๆ สามารถบานปลายค่าบิลสุดท้ายได้มาก ถ้าคุณไม่รู้จักมันล่วงหน้า
🚕 Uber & Lyft
ทั้งสองแอปใช้งานได้ดีมากตลอดทริป
ในหลายกรณี Lyft ถูกกว่า Uber เล็กน้อย ดังนั้นควรเช็คราคาทั้งสองแอปก่อนจองเสมอ
https://x.com/man1sh_golcha/status/2062682359313666164
https://x.com/man1sh_golcha/status/2059001668428296358
🚇 ขนส่งสาธารณะ
ถ้ามีให้ใช้ ก็ควรใช้ขนส่งสาธารณะ
เมืองอย่างนิวยอร์กมีเครือข่ายรถไฟใต้ดินและรถเมล์ที่ยอดเยี่ยม ถูกกว่านั่งแท็กซี่มาก ซานเคลเมนเตมีรถราง/รถเมล์ฟรีตลอดทั้งวัน ลองเช็กตารางเวลาแล้ววางแผนเดินทางตามนั้น
รวมถึงเช็กด้วยว่าเมืองนั้นมี บัตรโดยสารรายวันหรือรายสัปดาห์ หรือไม่ เพราะช่วยประหยัดได้มากถ้าเดินทางบ่อย
⛽ ค่าน้ำมัน
ถ้าเช่ารถ อย่าคิดว่าราคาน้ำมันเท่ากันทุกที่
ราคาสามารถต่างกันอย่างชัดเจนแม้แต่ในเมืองเดียวกัน
ถ้าเจอปั๊มที่ถูกกว่า ก็ควรเติมให้เต็มถังไว้
☀️ สภาพอากาศ
สภาพอากาศน่าจะเป็นสิ่งที่คาดเดาไม่ได้ที่สุดในทริปนี้
นิวยอร์ก ลาสเวกัส ลอสแองเจลิส และซานฟรานซิสโก ให้ความรู้สึกแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง ถึงแม้จะอยู่ในแผนเที่ยวเดียวกัน
ฉันจะพูดถึงสภาพอากาศเฉพาะเมืองในไกด์แนะนำเมือง แต่มีคำแนะนำหนึ่งที่ใช้ได้ทุกที่:
พก แจ็กเก็ตบาง ๆ สำหรับช่วงเช้าตรู่และตอนเย็น และพก ร่มพับ ติดตัวไว้รับมือฝนที่ตกลงมาแบบไม่ทันตั้งตัว
👕 สิ่งที่ควรแพ็ก
นี่คือบางสิ่งที่ฉันดีใจที่พกไป และบางอย่างที่อยากแนะนำให้ทุกคนที่ไปอเมริกาพกติดตัว
- 🔌 อะแดปเตอร์ปลั๊กอเนกประสงค์ — อเมริกาใช้เต้ารับแบบ Type A/B
- 🔋 พาวเวอร์แบงก์ — โทรศัพท์คุณจะถูกใช้หนักมาก ทั้งนำทาง ตั๋ว เรียกแท็กซี่ รูปถ่าย และชำระเงิน
- 👟 รองเท้าวอล์กกิ้งที่ใส่สบาย — เตรียมตัวไว้ว่าจะเดินเยอะมาก ต่อให้ใช้ขนส่งสาธารณะก็เถอะ
- 🧥 แจ็กเก็ตบาง ๆ — มีประโยชน์ช่วงเช้า เย็น หรือในที่ที่เปิดแอร์
- ☂️ ร่มพับ — อากาศเปลี่ยนแปลงโดยไม่ทันตั้งตัวได้ แล้วแต่เมือง
- 🧴 ครีมกันแดด — จำเป็นมากสำหรับชายหาด สวนสนุก และวันเที่ยวชมเมืองที่ยาวนาน
- 🧴 โลชันบำรุงผิว — โรงแรมหลายแห่งไม่ได้เตรียมไว้ให้ และอากาศก็ค่อนข้างแห้ง
- 🧢 หมวกแก๊ปและแว่นกันแดด — มีประโยชน์มากช่วงฤดูร้อนและเวลาไปทะเล
- 💧 ขวดน้ำแบบใช้ซ้ำ — น่าจะเป็นของที่คนมองข้ามมากที่สุด คุ้มค่าภายในวันสองวัน เพราะมีจุดเติมน้ำฟรีให้ใช้งานอย่างเหลือเฟือ
- 🚿 บิเดแบบพกพา — ถ้าคุณคุ้นเคยกับสายฉีดชำระในอินเดีย การพกบิเดแบบพกพาจะช่วยให้การเข้าพักสบายขึ้นมาก เพราะโรงแรมและห้องน้ำสาธารณะส่วนใหญ่ในอเมริกาไม่มีให้
- ยาจำเป็นติดตัว
Part 3 — ไกด์แนะนำเมือง ✅
🗽 นิวยอร์ก
ภาพรวมคร่าว ๆ
ถ้ามีเมืองไหนที่ให้ความรู้สึกเหมือนหลุดออกมาจากหนังจริง ๆ สักเมืองหนึ่ง นั่นคือนิวยอร์ก
ตั้งแต่ตึกระฟ้าสูงตระหง่านและโชว์บรอดเวย์ ไปจนถึงแลนด์มาร์กอันเป็นสัญลักษณ์ ย่านที่เต็มไปด้วยเอกลักษณ์ แหล่งช้อปปิ้งระดับโลก และตัวเลือกอาหารที่ไม่มีวันหมด—ทุกหัวมุมถนนมีความเคลื่อนไหวอยู่เสมอ
ฉันใช้เวลา 10 วัน เที่ยวนิวยอร์ก โดยพักทั้ง บรูคลิน และ แมนฮัตตัน ซึ่งทำให้เห็นเมืองในมุมมองที่ต่างกันโดยสิ้นเชิงสองแบบ
📍 บริเวณที่ดีที่สุดสำหรับการพัก
เราแบ่งเวลาพักระหว่าง บรูคลิน และ แมนฮัตตัน
บรูคลิน เป็นตัวเลือกที่ดีถ้าอยากได้ที่พักที่ค่อนข้างถูกกว่า แต่ยังเดินทางไปแมนฮัตตันได้สะดวกด้วยรถไฟใต้ดิน
ถ้างบไม่ใช่ปัญหาและมาเที่ยวครั้งแรก ฉันแนะนำให้พักใน มิดทาวน์แมนฮัตตัน เพราะสถานที่ท่องเที่ยวส่วนใหญ่ โรงละครบรอดเวย์ ไทม์สแควร์ และรถไฟฟ้าหลายสายอยู่ใกล้แค่เอื้อม
🚇 การเดินทาง
สำหรับเดินทางไปสนามบิน เราใช้ Uber XL เพราะเดินทางกันเป็นครอบครัวพร้อมกระเป๋าเดินทางหลายใบ
นอกนั้น เราใช้ รถไฟใต้ดินนิวยอร์ก เป็นหลัก
เครือข่ายรถไฟใต้ดินครอบคลุม เชื่อถือได้ และเป็นวิธีเดินทางที่เร็วที่สุดในเมืองนี้ สถานที่ท่องเที่ยวส่วนใหญ่เชื่อมต่อกันอย่างดี และพอเข้าใจเส้นทางแล้ว การเดินทางก็ง่ายขึ้นอย่างไม่น่าเชื่อ
ฉันขอแนะนำอย่างยิ่งให้ใช้ขนส่งสาธารณะแทนการพึ่งแท็กซี่
🎟️ สถานที่ที่ต้องไป
🌆 มิดทาวน์แมนฮัตตัน
ที่นี่คือที่ที่คุณอาจใช้เวลาส่วนใหญ่ไปกับมัน
✨ ไทม์สแควร์
หัวใจของนิวยอร์กและหนึ่งในสี่แยกที่โด่งดังที่สุดในโลก
ขึ้นชื่อเรื่องป้ายโฆษณาดิจิทัลขนาดยักษ์ โรงละครบรอดเวย์ นักแสดงข้างถนน และพลังงานที่ไม่เคยหยุดนิ่ง ไทม์สแควร์มีชีวิตชีวาอย่างแท้จริงหลังจากพระอาทิตย์ตก ไม่ว่าคุณจะมาครั้งแรกหรือครั้งที่สิบ มันก็ไม่เคยรู้สึกเก่า
สุดท้ายเราไปที่นั่นเกือบทุกวัน เพราะบรรยากาศเปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิงจากช่วงกลางวันถึงดึก
อีกทั้งยังเป็นจุดเริ่มต้นที่เหมาะสำหรับสถานที่ท่องเที่ยวหลายแห่ง เช่น Madame Tussauds (พิพิธภัณฑ์หุ่นขี้ผึ้ง), RiseNY, M&M's World, Disney Store และเป็นจุดเริ่มต้นของ Hop-On Hop-Off Bus Tours หลายเส้นทาง

🏙️ Top of the Rock
หนึ่งในจุดชมวิวที่ดีที่สุดในนิวยอร์ก
ไม่เหมือนจุดชมวิวอื่น ๆ บางที่ Top of the Rock ให้คุณเห็นวิวแบบไร้สิ่งบดบังทั้ง เซ็นทรัลพาร์ค และ ตึกเอ็มไพร์สเตต ทำให้มันเป็นจุดชมวิวเส้นขอบฟ้าที่ฉันชอบที่สุด
ตัวเลือกดี ๆ อื่น ๆ ได้แก่ SUMMIT One Vanderbilt, ตึกเอ็มไพร์สเตต และ Edge at Hudson Yards

🎄 ร็อกเกอะเฟลเลอร์เซ็นเตอร์และถนนฟิฟธ์อเวนิว
แม้จะไม่ใช่ช่วงคริสต์มาส ร็อกเกอะเฟลเลอร์เซ็นเตอร์ก็ยังน่าไป
เดินเล่นไปตาม ฟิฟธ์อเวนิว ที่ตั้งของร้านแฟลกชิปสโตร์ดังระดับโลก แบรนด์หรู และถนนช้อปปิ้งอันโด่งดัง
อย่าพลาด LEGO Store สาขาใหญ่ ที่มีผลงาน LEGO ชุดธีมนครนิวยอร์กที่น่าทึ่ง
ถ้าเดินทางมากับเด็ก ๆ American Girl Store ที่อยู่ใกล้กันไม่ได้เป็นแค่ร้านขายของเล่นเด็ก เด็ก ๆ จะได้ซื้อตุ๊กตา เครื่องประดับ เสื้อผ้าคู่กัน และแม้แต่ไปร้านเสริมสวยตุ๊กตาชื่อดังได้ด้วย ทำให้เป็นประสบการณ์ที่น่าจดจำสำหรับครอบครัว


🎭 บรอดเวย์
การดูโชว์บรอดเวย์คือหนึ่งในประสบการณ์คลาสสิกของนิวยอร์ก
เราไปดู Harry Potter and the Cursed Child ถึงแม้คุณจะไม่ใช่แฟนพันธุ์แท้แฮร์รี่ พอตเตอร์ แต่การเล่าเรื่อง เอฟเฟกต์บนเวที และภาพลวงตาสุดมหัศจรรย์ทำให้เป็นประสบการณ์ที่ลืมไม่ลง
ฉันแค่เสียดายที่มีเวลาไม่พอจะดูอีกสักสองสามเรื่อง
โชว์บรอดเวย์ยอดนิยมบางเรื่องได้แก่ The Lion King, Hamilton, Aladdin, Wicked, Chicago, Moulin Rouge! และ The Book of Mormon ถ้าคุณจะอยู่ใช้นิวยอร์กสักสองสามวัน ฉันแนะนำอย่างยิ่งให้ดูอย่างน้อยหนึ่งเรื่อง
🌳 เซ็นทรัลแมนฮัตตัน
🌿 เซ็นทรัลพาร์ค
ทริปนิวยอร์กจะไม่สมบูรณ์ถ้าไม่ได้ใช้เวลาสองสามชั่วโมงที่นี่
ครอบคลุมพื้นที่กว่า 840 เอเคอร์ เซ็นทรัลพาร์คคือโอเอซิสสีเขียวของเมือง และเป็นพื้นที่หลบหนีจากตึกระฟ้าของแมนฮัตตันได้อย่างลงตัว
ไม่ว่าจะเดินเล่น ปั่นจักรยาน เช่าเรือ ปิกนิก หรือแค่นอนพักผ่อนบนสนามหญ้า ที่นี่คือช่วงพักที่สมบูรณ์แบบจากความเร่งรีบของเมือง
🌉 โลเวอร์แมนฮัตตัน
🗽 เทพีเสรีภาพและเกาะเอลลิส
หนึ่งในประสบการณ์อันเป็นสัญลักษณ์ที่สุดของนิวยอร์ก
เทพีเสรีภาพ ต้อนรับผู้อพยพนับล้านคนสู่สหรัฐอเมริกามานานกว่าศตวรรษ และยังคงเป็นหนึ่งในแลนด์มาร์กที่เป็นที่จดจำมากที่สุดของประเทศ
เราจอง Statue of Liberty Sunset Cruise ซึ่งให้วิวเส้นขอบฟ้าแมนฮัตตันอันสวยงามในช่วงชั่วโมงทอง
เรือเฟอร์รียังจอดที่ เกาะเอลลิส ซึ่งเป็นจุดที่ผู้อพยพกว่า 12 ล้านคนเดินทางเข้าสหรัฐอเมริการะหว่างปี 1892 ถึง 1954 พิพิธภัณฑ์การตรวจคนเข้าเมืองที่นั่นก็คุ้มค่าแก่การเยี่ยมชมหากคุณชอบประวัติศาสตร์

🚶 เดอะไฮไลน์
สวนสาธารณะบนระดับสูงที่สร้างบนเส้นทางรถไฟร้างเดิม
ทอดยาวผ่านฝั่งตะวันตกของแมนฮัตตัน เป็นหนึ่งในสวนเมืองที่แปลกที่สุดของเมือง ผสมผสานสวนภูมิทัศน์ ศิลปะสาธารณะ วิวเมือง และร้านอาหาร
ควรเดินสำรวจด้วยเท้า และเข้ากันได้ดีกับ Little Island, Hudson Yards และ Chelsea Market ถ้าตัดสินใจไปเที่ยว

🌳 ลิตเติลไอแลนด์
ตั้งอยู่ติดแม่น้ำฮัดสัน ลิตเติลไอแลนด์เป็นสวนสาธารณะลอยน้ำที่ออกแบบอย่างสวยงาม สร้างอยู่บนเสาคอนกรีตรูปทรงทิวลิปอันเป็นเอกลักษณ์
ภายในมีสวนภูมิทัศน์ ทางเดินเล่น การแสดงกลางแจ้ง และวิวพระอาทิตย์ตกสวยงามเหนือแม่น้ำ
เป็นสถานที่หลบหนีความวุ่นวายที่เงียบสงบอย่างน่าประหลาดใจใจกลางแมนฮัตตัน

🏙️ ฮัดสันยาร์ดส์
ฮัดสันยาร์ดส์คือย่านที่ทันสมัยที่สุดของนิวยอร์ก เต็มไปด้วยแหล่งช้อปปิ้งสุดหรู ร้านอาหาร และสถาปัตยกรรมที่น่าประทับใจ
ที่นี่ยังเป็นที่ตั้งของ Edge จุดชมวิวกลางแจ้งที่สูงที่สุดแห่งหนึ่งในซีกโลกตะวันตก
ถึงไม่ไป Edge ก็ตาม ย่านนี้ก็ยังน่าเดินสำรวจระหว่างทางจาก High Line ไป Little Island
🎨 บรูคลิน
🌉 สะพานบรูคลิน
การเดินข้ามสะพานบรูคลินคือหนึ่งในประสบการณ์ฟรีที่ดีที่สุดในนิวยอร์ก
สร้างเสร็จในปี 1883 ตอนนั้นมันเป็นสะพานแขวนที่ยาวที่สุดในโลก และยังคงเป็นหนึ่งในแลนด์มาร์กอันเป็นสัญลักษณ์ของเมือง
ลองเดินจาก บรูคลินไปแมนฮัตตัน ช่วงพระอาทิตย์ขึ้นหรือตกเพื่อชมวิวเส้นขอบฟ้าที่สวยที่สุด

📸 DUMBO
DUMBO (ย่อมาจาก Down Under the Manhattan Bridge Overpass) เป็นหนึ่งในย่านที่ถ่ายรูปสวยที่สุดของบรูคลิน
ขึ้นชื่อเรื่องวิวโปสการ์ดของ สะพานแมนฮัตตัน ที่ตั้งอยู่ระหว่างตึกอิฐเก่า
นอกจากจุดถ่ายรูปชื่อดังแล้ว คุณยังจะได้เจอสวนสาธารณะริมน้ำ คาเฟ่ และวิวตระการตาของเส้นขอบฟ้าแมนฮัตตัน

🏭 อินดัสทรีซิตี
หนึ่งในมุมเด็ดที่ซ่อนอยู่ของบรูคลิน
อดีตคอมเพล็กซ์อุตสาหกรรมที่ถูกเปลี่ยนเป็นชุมชนที่มีชีวิตชีวา เต็มไปด้วยคาเฟ่ บูติก ร้านค้าท้องถิ่น ศิลปะจัดวาง และพื้นที่สาธารณะโล่งกว้าง
ถ้าคุณชอบถ่ายรูป หรือแค่อยากเที่ยวที่ที่ไม่ค่อยมีนักท่องเที่ยว อินดัสทรีซิตีก็คุ้มค่ากับการไปเยือนแน่นอน


🛍️ โซโฮ
ถ้าชอบช้อปปิ้งหรือแค่เดินเล่นบนถนนสวย ๆ ห้ามพลาดโซโฮ
ขึ้นชื่อเรื่องสถาปัตยกรรมเหล็กหล่อ ถนนหินกรวด แบรนด์พรีเมียม และบูติกอิสระ โซโฮให้บรรยากาศที่แตกต่างจากมิดทาวน์แมนฮัตตันโดยสิ้นเชิง
ถึงแม้ไม่มีแผนช้อปปิ้ง มันก็เป็นหนึ่งในย่านที่น่าเดินเล่นและซึมซับบรรยากาศมากที่สุด
🍌 Magnolia Bakery
ร้านนี้ควรค่าแก่การพูดถึงเป็นพิเศษ
บานานาพุดดิ้ง อันเลื่องชื่อของพวกเขาสมกับคำร่ำลือสุด ๆ และกลายเป็นของหวานโปรดของเราประจำทริป
ที่ร้านยังมีชีสเค้ก คัพเค้ก และขนมอบที่ยอดเยี่ยมอีกด้วย
ข้าง ๆ กันคือ Venchi ซึ่งเราได้กินเจลาโตที่อร่อยมาก เป็นคู่ของหวานที่ลงตัวสุด ๆ หลังจากเที่ยวในย่านนี้


🍽️ อาหาร
เนื่องจากเราเป็นมังสวิรัติแบบเคร่งครัด (ไม่กินไข่ด้วยซ้ำ) การหาอาหารดี ๆ กินจึงเป็นหนึ่งในความกังวลใหญ่ที่สุดก่อนมานิวยอร์ก
โชคดีที่เรามีตัวเลือกดี ๆ มากมาย
- Chipotle — เบอร์ริโต ชาม และทาโก้ทำเองได้ตามใจ พร้อมตัวเลือกมังสวิรัติเพียบ
- Shake Shack — เบอร์เกอร์มังสวิรัติและเฟรนช์ฟรายส์ดีเกินคาด
- Potbelly — แซนด์วิช ซุป และสลัดสดใหม่
- Just Salad — สลัดเพื่อสุขภาพ ไรซ์เปเปอร์ และโถอาหารอุ่น ๆ ที่ทานอิ่มง่ายในมื้อเร่งด่วน
🛍️ ช้อปปิ้งเอาต์เล็ต
ถ้าอยากช้อปแบบจริงจัง ห้ามพลาด Woodbury Common Premium Outlets
อยู่ห่างจากแมนฮัตตันประมาณ 100 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางราว 1 ชั่วโมง
เป็นหนึ่งในเอาต์เล็ตพรีเมียมที่ใหญ่ที่สุดในอเมริกา มีร้านค้าหลายร้อยร้านตั้งแต่แบรนด์หรูไปจนถึงแบรนด์ชุดกีฬาและไลฟ์สไตล์
เราจอง รถบัสไปกลับอย่างเป็นทางการ จากแมนฮัตตัน
- ผู้ใหญ่: $48
- เด็ก: $38
- ค่าจอง: $2 ต่อคน
โชคดีที่เราเจอ คูปองส่วนลด 25% ทำให้เป็นตัวเลือกที่ถูกที่สุดและสะดวกที่สุด
ก่อนไป ให้ดาวน์โหลดแอป Simon และสมัครเพื่อรับคูปองร้านค้าเพิ่มเติมและดีลพิเศษเฉพาะเอาต์เล็ต แค่นี้ก็ช่วยประหยัดเงินได้อีกไม่กี่ดอลลาร์ตามร้านต่าง ๆ
⏳ เวลาที่ควรเผื่อ
- 4–5 วัน สำหรับเที่ยวสถานที่สำคัญหลัก
- 7–10 วัน ถ้าอยากเที่ยวย่านต่าง ๆ บรอดเวย์ ช้อปปิ้ง พิพิธภัณฑ์ และประสบการณ์ใกล้เคียงแบบชิลล์ ๆ
🗓️ แพลนเที่ยวแนะนำ
📍 พักในแมนฮัตตัน
- วันที่ 1: ไทม์สแควร์, ร็อกเกอะเฟลเลอร์เซ็นเตอร์, Top of the Rock, ฟิฟธ์อเวนิว, LEGO Store, American Girl Store, โชว์บรอดเวย์
- วันที่ 2: เทพีเสรีภาพและเกาะเอลลิส, โชว์บรอดเวย์ (ถ้ายังไม่ได้ดูในวันที่ 1)
- วันที่ 3: เดอะไฮไลน์, ลิตเติลไอแลนด์, ฮัดสันยาร์ดส์, Magnolia Bakery, Venchi
- วันที่ 4: เซ็นทรัลพาร์ค, โซโฮ, ช้อปปิ้งและคาเฟ่, ไทม์สแควร์ (ช่วงเย็น)
- วันที่ 5: Woodbury Common Premium Outlets (ทั้งวัน)
🌉 พักในบรูคลิน
- วันที่ 1: อินดัสทรีซิตี, ซันเซ็ตพาร์ค
- วันที่ 2: สะพานบรูคลิน, DUMBO, สวนสาธารณะสะพานบรูคลินและบริเวณริมน้ำ
💡 สิ่งที่ได้เรียนรู้
- พักใกล้สถานีรถไฟใต้ดิน—สำคัญกว่าการพักในใจกลางเมืองเสียอีก
- รถไฟใต้ดินเกือบจะเร็วกว่าและถูกกว่านั่งแท็กซี่เสมอ
- รองเท้าเดินสบายๆ เป็นสิ่งจำเป็น—คุณจะเดินเกิน 15,000–20,000 ก้าว ต่อวันได้ง่ายๆ
- ไปไทม์สแควร์ทั้งช่วงกลางวันและกลางคืน ให้ความรู้สึกเหมือนคนละที่โดยสิ้นเชิง
- จองบรอดเวย์โชว์ล่วงหน้า โดยเฉพาะเรื่องดังอย่าง Hamilton หรือ The Lion King
- ถ้าไปวูดเบอรี ให้เผื่อเวลาช้อปปิ้งทั้งวัน
- โหลดแอป Simon ไว้ก่อนไปวูดเบอรีเพื่อรับส่วนลดเพิ่มเติม
- อย่าวางแผนแน่นเกินไป ความทรงจำดีๆ ในนิวยอร์กหลายครั้งมาจากการเดินเล่นไปตามท้องถนนและค้นพบสถานที่ใหม่ๆ ระหว่างทาง
🌴 ฟอร์ตลอเดอร์เดล
ภาพรวม
มักถูกเรียกว่า "เวนิสแห่งอเมริกา" ฟอร์ตลอเดอร์เดลขึ้นชื่อเรื่องชายหาดสวยงาม บ้านหรูริมน้ำ คลอง เรือยอทช์ และบรรยากาศชายทะเลที่ผ่อนคลาย อีกทั้งยังถูกขนานนามว่าเป็นเมืองหลวงเรือยอทช์ของโลก
เมื่อเทียบกับไมอามี ที่นี่คนน้อยกว่าและชิลกว่า ทำให้เป็นจุดหมายปลายทางที่ยอดเยี่ยมถ้าอยากชะลอชีวิตและสัมผัสแนวชายฝั่งฟลอริดา
ผมใช้เวลา 7 วัน ที่นี่ และพบว่ามันเป็นฐานที่ลงตัวทั้งสำหรับเที่ยวชายหาด ล่องเรือชมวิว และพักผ่อนยามเย็น
📍 ทำเลที่พักดีที่สุด
ถ้างบถึง พักใกล้ หาดฟอร์ตลอเดอร์เดล หรือเลือกที่พักติดชายหาด
คุณจะอยู่ในระยะเดินถึงชายหาด ร้านอาหาร คาเฟ่ และกิจกรรมยามเย็น พร้อมชมวิวพระอาทิตย์ขึ้นสวยๆ ทุกเช้า
🚗 การเดินทาง
Uber และ Lyft เป็นวิธีที่ง่ายที่สุดในการเดินทางรอบฟอร์ตลอเดอร์เดล
ถ้าอยากเที่ยวเมืองใกล้เคียงอย่างไมอามี การเช่ารถก็เป็นตัวเลือกที่ดี
อีกหนึ่งทางเลือกที่ได้ทั้งเดินทางและเที่ยวคือ Water Taxi เป็นเรือให้ขึ้นลงได้หลายจุดพร้อมชมคลองและย่านริมน้ำของเมือง ดูรายละเอียดด้านล่าง
🎟️ สถานที่ห้ามพลาด
🏖️ หาดฟอร์ตลอเดอร์เดล (Fort Lauderdale Beach)
หนึ่งในชายหาดที่สะอาดและผ่อนคลายที่สุดในฟลอริดา
หาดมีทรายขาวละเอียด น้ำทะเลใสสีฟ้า และทางเดินเลียบชายหาดที่เต็มไปด้วยร้านอาหาร คาเฟ่ และร้านค้า
ไม่ว่าจะมาว่ายน้ำ พักผ่อน หรือเดินชมพระอาทิตย์ตก ที่นี่คือที่ที่คุณจะใช้เวลาส่วนใหญ่

🌴 Las Olas Boulevard
หัวใจของฟอร์ตลอเดอร์เดล
ถนน Las Olas Boulevard เต็มไปด้วยร้านบูติก คาเฟ่ ร้านอาหาร แกลเลอรีศิลปะ และสถานบันเทิงยามค่ำคืนที่มีชีวิตชีวา
เหมาะที่สุดสำหรับการเดินเล่นยามเย็นหลังใช้เวลาทั้งวันที่ชายหาด
🚤 Water Taxi (เรือโดยสารขึ้น-ลงได้หลายจุด)
หนึ่งในประสบการณ์ที่ผมชอบที่สุดในฟอร์ตลอเดอร์เดล
Water Taxi ไม่ใช่แค่การเดินทาง—มันคือทริปล่องเรือชมวิวผ่านเครือข่ายคลองที่สวยงามของเมือง
ฟอร์ตลอเดอร์เดลที่ถูกเรียกว่า "เวนิสแห่งอเมริกา" มีทางน้ำในเมืองยาวกว่า 300 ไมล์ และการล่องเรือทำให้เห็นเมืองในมุมที่ต่างไปโดยสิ้นเชิง
ไฮไลท์คือการล่องผ่าน Millionaire's Row ซึ่งคุณจะได้เห็นคฤหาสน์ริมน้ำสุดอลังการ ท่าเรือส่วนตัว และเรือยอทช์หรูของเหล่าคนดังและมหาเศรษฐี
ตั๋วใช้แบบ Hop-On Hop-Off ให้คุณลงที่จุดต่างๆ เที่ยวชมสถานที่ใกล้เคียง แล้วขึ้นเรือเที่ยวถัดไปเมื่อพร้อม
ถ้ามาแค่ 1–2 วัน แนะนำให้เลือกตั๋วรายวัน (all-day pass) เพราะคุ้มมากและได้เที่ยวเมืองตามจังหวะของตัวเอง

🌳 สวนสาธารณะและพิพิธภัณฑ์
ฟอร์ตลอเดอร์เดลยังมีสวนสาธารณะและพิพิธภัณฑ์สวยๆ หลายแห่ง ถ้าอยากได้วันเงียบๆ พักจากชายหาด
ตัวเลือกยอดนิยม:
- Hugh Taylor Birch State Park — เส้นทางเดินป่า พายเรือคายัค ปั่นจักรยาน และจุดปิกนิก
- Bonnet House Museum & Gardens — คฤหาสน์ประวัติศาสตร์ที่รวมงานศิลปะ สวนเขตร้อน และเรื่องราวท้องถิ่น
- Museum of Discovery and Science — เหมาะกับครอบครัวที่มีเด็ก
🛒 ซูเปอร์มาร์เก็ต
Publix กลายเป็นซูเปอร์มาร์เก็ตประจำของเรา
มีครบตั้งแต่ผักผลไม้สด ขนมปังเบเกอรี อาหารพร้อมทาน ไปจนถึงของใช้จำเป็นในชีวิตประจำวัน
ถ้าพัก Airbnb หรือโรงแรมรายสัปดาห์ Publix สะดวกสุดๆ
⏳ เวลาที่ควรเผื่อ
- 2–3 วัน ถ้าเที่ยวฟอร์ตลอเดอร์เดลอย่างเดียว
- 5–7 วัน ถ้าอยากได้วันหยุดชายหาดแบบเต็มอิ่มหรือใช้เป็นฐานเที่ยวเมืองใกล้เคียง
💡 สิ่งที่ได้เรียนรู้
- พักใกล้ชายหาดถ้าเป็นไปได้—ประหยัดเวลาการเดินทางได้เยอะ
- อย่าพลาด Water Taxi มันเป็นวิธีที่ดีที่สุดวิธีหนึ่งในการสัมผัสฟอร์ตลอเดอร์เดล
- ใช้เวลายามเย็นที่ Las Olas Boulevard เพราะคาเฟ่ ร้านอาหาร และบรรยากาศที่นั่นคึกคักมาก
- Publix คือที่ที่ดีที่สุดสำหรับตุนของชำ ของว่าง และของใช้ติดชายหาด
- พกครีมกันแดด แว่นกันแดด และหมวก แดดฟลอริดาแรงมาก โดยเฉพาะช่วงบ่าย
- ถ้าจะเที่ยวชายหาด ออกแต่เช้าหรือไปช่วงใกล้พระอาทิตย์ตกเพื่อเลี่ยงแดดแรงที่สุด
🗓️ แพลนเที่ยวแนะนำ
- วันที่ 1: หาดฟอร์ตลอเดอร์เดล, Las Olas Boulevard (ตอนเย็น)
- วันที่ 2: Water Taxi (Hop-On Hop-Off), Millionaire's Row
- วันที่ 3: Bonnet House Museum & Gardens, ชมพระอาทิตย์ตกที่ชายหาด
- วันที่ 4: Hugh Taylor Birch State Park, Museum of Discovery & Science
🌊 ลอสแอนเจลิสและซานเคลเมนเต
ภาพรวม
ลอสแอนเจลิสคือที่ที่ความฝันฮอลลีวูด สวนสนุกระดับโลก และชายหาดสวยงามมาบรรจบกัน ไม่ว่าคุณจะมาหนัง มาเที่ยวชมเมือง มาช้อปปิ้ง หรือมาเดินเล่น ที่นี่มีอะไรให้ทำไม่รู้จบ
เราจับคู่การพักในลอสแอนเจลิสกับวันพักผ่อนที่ ซานเคลเมนเต เมืองชายหาดน่ารักๆ ห่างจาก LA ไปทางใต้ประมาณ 1.5 ชั่วโมง กลายเป็นคอมโบที่ลงตัว—ชีวิตเมืองสุดวุ่นวาย ตามด้วยการพักผ่อนริมทะเลสุดสงบ
📍 ทำเลที่พักดีที่สุด
🌴 ลอสแอนเจลิส
ถ้ามาเป็นครั้งแรก แนะนำให้พักแถว ฮอลลีวูด หรือ เวสต์ฮอลลีวูด จะใกล้สถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยม ร้านอาหาร และระบบขนส่งสาธารณะ
🌊 ซานเคลเมนเต
พักให้ใกล้ชายหาดที่สุด
ชายหาดส่วนใหญ่ ท่าเรือ ร้านอาหาร และแม้แต่รถรางฟรี อยู่ในระยะที่เข้าถึงง่าย ทำให้เป็นที่ที่เหมาะสำหรับการผ่อนคลายหลังจากเที่ยวลอสแอนเจลิส
🚗 การเดินทาง
🚖 ลอสแอนเจลิส
Uber และ Lyft เป็นพาหนะหลักของเราตอนเที่ยวลอสแอนเจลิส
เพราะสถานที่ท่องเที่ยวกระจายตัวไปทั่วเมือง ต้องเผื่อเวลาเดินทางนานกว่าที่เห็นบนแผนที่เพราะรถติดใน LA
🚋 ซานเคลเมนเต
หนึ่งในสิ่งที่ผมชอบที่สุดเกี่ยวกับซานเคลเมนเตคือ รถรางฟรี
ใช้บริการฟรีและวิ่งเชื่อมสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญ ชายหาด แหล่งช้อปปิ้ง และร้านอาหารของเมือง
รถรางยังจอดใกล้ Outlets at San Clemente ทำให้ช้อปปิ้งสะดวกขึ้นมากโดยไม่ต้องใช้รถ
ถ้ามาในช่วงเปิดให้บริการ ใช้ประโยชน์ให้เต็มที่เลย
🎟️ สถานที่ห้ามพลาด
🔭 Griffith Observatory (หอดูดาวกริฟฟิธ)
หนึ่งในสถานที่เที่ยวฟรีที่ดีที่สุดในลอสแอนเจลิส
นอกจากจะได้เรียนรู้เกี่ยวกับดาราศาสตร์และอวกาศแล้ว หอดูดาวยังให้วิวพาโนรามาของลอสแอนเจลิสที่สวยจนแทบหยุดหายใจ และเป็นจุดชมป้ายฮอลลีวูดที่ดีที่สุดจุดหนึ่ง
แม้ไม่ได้เข้าข้างใน แค่วิวก็คุ้มค่ากับการไปแล้ว

⭐ Hollywood Walk of Fame (ฮอลลีวูดวอล์กออฟเฟม)
หนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวที่โดดเด่นที่สุดของเมือง
เดินเล่นไปตาม Hollywood Boulevard หาดาวของคนดังที่คุณชื่นชอบ เยี่ยมชม TCL Chinese Theatre สุดคลาสสิก และชม Dolby Theatre ที่จัดงานประกาศรางวัลออสการ์
เตรียมรับมือกับผู้คนหนาแน่นตลอดทั้งวัน
https://x.com/man1sh_golcha/status/2066026016104165405
🎬 Universal Studios Hollywood (ยูนิเวอร์แซลสตูดิโอส์ฮอลลีวูด)
เหตุผลใหญ่ที่สุดที่ทำให้หลายคนมาลอสแอนเจลิส
Studio Tour คือสิ่งที่ห้ามพลาดเด็ดขาด และในความคิดผมคือไฮไลท์ของสวนสนุกเลย คุณจะได้เห็นเบื้องหลังกองถ่ายจริงและโลเคชันถ่ายทำระดับตำนาน
เคล็ดลับที่จะช่วยประหยัดทั้งเวลาและเงิน:
- มาวันธรรมดาถ้าเป็นไปได้ คนมักน้อยกว่า
- ถึงก่อนเวลาเปิดเพื่อใช้เวลาทั้งวันให้คุ้มที่สุด
- เก็บโซน Upper Lot ก่อน แล้วค่อยไปโซน Lower Lot การสลับไปมาระหว่างสองโซนใช้เวลาพอสมควรเพราะต้องใช้บันไดเลื่อน
- ใช้คิว Single Rider ทุกครั้งที่มี แม้อาจจะไม่ได้นั่งกับครอบครัว แต่เวลารอสั้นลงอย่างเห็นได้ชัด
- ก่อนไป ตัดสินใจเล่นอะไรเป็นหลัก แทนที่จะพยายามเล่นให้ครบทุกอย่าง
เราจองตั๋วผ่าน Klook ซึ่งถูกกว่าเว็บไซต์ทางการ และยังได้คะแนนสะสมเพิ่มเติมด้วยการช้อปปิ้งผ่านพอร์ทัล Avios อีกด้วย
จับตาดูโปรโมชันดีๆ ตอนเราไปมีโปรซื้อตั๋ว 1 วัน แถมเข้าฟรีวันที่สองด้วย
ความเห็นส่วนตัวของผม: ผิดหวังนิดหน่อย
เพราะเคยไป Universal Studios Singapore และ Universal Orlando มาแล้ว เลยตั้งความหวังกับฮอลลีวูดไว้สูงมาก ถ้าเป็น Universal แห่งแรกของคุณจะสนุกแน่นอน แต่ส่วนตัวผมว่าอีกสองแห่งดีกว่าโดยรวม

🏰 Disneyland Resort (ดิสนีย์แลนด์รีสอร์ต)
Disneyland Resort มีสวนสนุกสองแห่งแยกกัน:
- Disneyland Park
- Disney California Adventure Park
ซื้อตั๋วแบบ Park Hopper ได้ แต่ในทางปฏิบัติ การเที่ยวทั้งสองสวนในวันเดียวแทบเป็นไปไม่ได้
เพราะเราแวะ Universal ด้วย เราจึงเลือกใช้เวลาทั้งวันใน Disneyland Park และไม่เสียใจกับสิ่งที่ตัดสินใจ
จองตั๋วผ่าน Klook ซึ่งราคาดีกว่าจองตรงกับเว็บไซต์ ก่อนกดซื้อให้อ่านเงื่อนไขดีๆ เพราะตั๋วบางประเภทต้องจองวันเข้าสวนเพิ่มด้วย
คำแนะนำเพิ่มเติม:
- มาวันธรรมดาถ้าเป็นไปได้
- โหลดแอป Disneyland App ก่อนไป มีประโยชน์มากและแสดง:เวลารอคิวเครื่องเล่นแบบสด, แผนที่สวนแบบอินเทอร์แอคทีฟ, ตารางโชว์
- อย่าพลาดขบวนพาเหรดและดอกไม้ไฟตอนกลางคืน นี่เป็นหนึ่งในไฮไลท์ของวันเรา
ไม่ว่าจะมากับเด็ก ผู้ใหญ่ หรือผู้สูงอายุ ดิสนีย์แลนด์มีสิ่งที่ทำให้ทุกคนสนุกได้จริงๆ เป็นที่ที่ต้องมาเมื่ออยู่แคลิฟอร์เนีย

🌊 ท่าเรือซานเคลเมนเต (San Clemente Pier)
หัวใจของซานเคลเมนเต
เดินเล่นชิลๆ บนท่าเรือ ชมวิวทะเล และดูนักเล่นเซิร์ฟโต้คลื่น
ริมชายหาดโดยรอบเหมาะสำหรับการนั่งพักผ่อน เดินชมพระอาทิตย์ตก หรือแค่ใช้ชีวิตช้าลงหลังจากความเร่งรีบของลอสแอนเจลิส

🛍️ ช้อปปิ้งเอาท์เล็ต
Outlets at San Clemente
เอาท์เล็ตขนาดเล็กกว่าเมื่อเทียบกับ Woodbury หรือ Las Vegas Premium Outlets แต่ก็คุ้มค่าไปถ้าพักแถวนั้น
รถรางฟรี จอดที่เอาท์เล็ตพอดี ทำให้ไปง่ายมากโดยไม่ต้องขับรถ
เคล็ดลับสำคัญ: เช็กเวลาเปิด-ปิดของเอาท์เล็ตก่อนไป เพราะเวลาทำการอาจต่างกันในแต่ละวัน
⏳ เวลาที่ควรเผื่อ
- ลอสแอนเจลิส: 2–3 วัน
- Universal Studios: 1 วันเต็ม
- ดิสนีย์แลนด์: 1 วันเต็ม
- ซานเคลเมนเต: 2–3 วัน
💡 สิ่งที่ได้เรียนรู้
- พักใกล้ฮอลลีวูดถ้ามา LA เป็นครั้งแรก
- ออกจากที่พักแต่เช้าสำหรับทุกสถานที่—รถติดใน LA คาดเดาไม่ได้
- จอง Universal Studios และ Disneyland วันธรรมดาทุกครั้งที่ทำได้
- ถึงทั้งสองสวนก่อนเวลาเปิดเพื่อใช้เวลาให้คุ้ม
- รถรางฟรีซานเคลเมนเตเป็นวิธีที่ง่ายที่สุดวิธีหนึ่งในการเที่ยวชมเมือง
- ถ้าเที่ยวลอสแอนเจลิสกับซานเคลเมนเต เก็บวันเที่ยวชมเมืองที่วุ่นวายไว้ก่อน แล้วเก็บซานเคลเมนเตไว้ท้ายทริป ที่นี่เหมาะที่สุดสำหรับการผ่อนคลายก่อนบินกลับบ้าน
🗓️ แพลนเที่ยวแนะนำ
- วันที่ 1: Griffith Observatory, Hollywood Walk of Fame, TCL Chinese Theatre, Dolby Theatre
- วันที่ 2: Universal Studios Hollywood (เต็มวัน)
- วันที่ 3: Disneyland Park (เต็มวัน)
- วันที่ 4: San Clemente Pier, เดินเล่นชายหาด, ตัวเมืองซานเคลเมนเต
- วันที่ 5: Outlets at San Clemente, ริมชายหาด, ชมพระอาทิตย์ตกที่ท่าเรือ
🎰 ลาสเวกัส
ภาพรวม
ลาสเวกัสไม่ได้มีดีแค่คาสิโน
ไม่ว่าคุณจะมาชม Strip อันโด่งดัง โชว์ระดับโลก ช้อปปิ้งเอาท์เล็ต ทริปใกล้ๆ อย่างแกรนด์แคนยอนและเดธแวลลีย์ หรือแค่อยากสัมผัสพลังงานของเมือง ที่นี่มีอะไรให้ทุกคน—ถึงจะไม่เล่นการพนันก็ตาม
ผมใช้เวลา 6 วัน ในลาสเวกัส ซึ่งเพียงพอสำหรับการเที่ยวเมืองแบบสบายๆ และไปทริปวันเดียวอีกสองสามที่
📍 ทำเลที่พักดีที่สุด
ถ้ามาเป็นครั้งแรก พักให้ใกล้ Las Vegas Strip เท่าที่งบอำนวย
คุณจะอยู่ในระยะเดินถึงโรงแรมใหญ่ๆ ร้านอาหาร ห้างสรรพสินค้า สถานที่ท่องเที่ยว และโชว์สด ประหยัดทั้งเวลาและค่าขนส่ง
🚗 การเดินทาง
ถ้าเที่ยวแค่ Strip การเดินบวกกับ Uber/Lyft ก็เกินพอ
แต่ถ้าจะไปทริปวันเดียวที่ แกรนด์แคนยอน, เดธแวลลีย์ หรือ เขื่อนฮูเวอร์ แนะนำให้เช่ารถ
เรามีรถตู้ 12 ที่นั่งจากทริปแคลิฟอร์เนียอยู่แล้ว เลยใช้มันต่อที่ลาสเวกัส
วันหนึ่งเราเช่าFord Mustang Convertible ผ่าน Turo ในราคา $149 เพื่อประสบการณ์ล้วนๆ การขับมัสแตงบนถนนทะเลทรายรอบลาสเวกัสมันเป็นประสบการณ์ในตัวเองจริงๆ
ราคาน้ำมันระหว่างทริปเราแตกต่างกันมาก ตั้งแต่ $3.39 ถึง $4.49 ต่อแกลลอน อย่าคิดว่าปั๊มทุกแห่งคิดราคาเท่ากัน
อีกอย่าง เตรียมเดินเยอะมากบน Strip รองเท้าสบายๆ เป็นสิ่งที่ไม่ต่อรอง

🎟️ สถานที่ห้ามพลาด
⛲ น้ำพุเบลลาจิโอ (Bellagio Fountains)
น่าจะเป็นแหล่งท่องเที่ยวฟรีที่โด่งดังที่สุดในลาสเวกัส
น้ำพุโชว์ทุก 15 นาที (ช่วงเย็นเป็นส่วนใหญ่) แต่ละรอบออกแบบท่าเต้นเข้ากับเพลงต่างกัน มันทำให้นึกถึงฉากปิดตำนานจาก Ocean's Eleven ที่ถ่ายทำที่นี่พอดี
ตอนเราไป รอบนั้นเปิดเพลง "My Heart Will Go On" จาก Titanic
🌐 Sphere
โรงแรมที่เราพักอยู่ติดกับ Sphere พอดี เลยไม่มีทางพลาด
ถึงไม่ได้เข้าชมโชว์ข้างในก็คุ้มที่จะดูจากด้านนอก—โดยเฉพาะหลังพระอาทิตย์ตก เมื่อจอ LED ขนาดยักษ์เปลี่ยนเป็นอนิเมชันและภาพต่างๆ มากมาย นับเป็นหนึ่งในแลนด์มาร์กโมเดิร์นที่น่าประทับใจที่สุดในลาสเวกัส
⭐ Las Vegas Strip
ให้เวลาอย่างน้อยหนึ่งเย็นเดินเล่นไปตาม Strip
ทุกโรงแรมใหญ่มีธีม สถาปัตยกรรม และจุดท่องเที่ยวเป็นของตัวเอง ทำให้การเดินเล่นเป็นแหล่งท่องเที่ยวไปในตัว
🍫 Hershey's Chocolate World
จุดแวะสุดสนุกสำหรับคนรักช็อกโกแลต มีสินค้าเอ็กซ์คลูซีฟ การจัดแสดงช็อกโกแลตขนาดยักษ์ และมุมถ่ายรูปเพียบ
🟤 ร้าน M&M's
หนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมบน Strip
นอกจากสินค้าเอ็กซ์คลูซีฟแล้ว คุณยังทำ M&M's แบบกำหนดเอง ด้วยรูปหรือข้อความของคุณเองได้—เป็นของที่ระลึกสุดเก๋กลับบ้าน

🚣 Grand Canal Shoppes
อยู่ด้านใน The Venetian เป็นหนึ่งในประสบการณ์ในร่มที่ผมชอบที่สุด
คลอง เรือกอนโดลา และสถาปัตยกรรมจำลองบรรยากาศเวนิสออกมาได้เหมือนอย่างน่าทึ่ง
🎭 โชว์
ลาสเวกัสขึ้นชื่อเรื่องความบันเทิงระดับโลก และผมคิดว่าการดูโชว์สดสักหนึ่งรายการควรเป็นส่วนหนึ่งของทุกทริป
MJ Live
ถึงไม่ใช่แฟนไมเคิล แจ็กสันก็สนุกได้แน่นอน ดนตรี การแสดงสด ท่าเต้น และพลังงานโดยรวมทำให้เป็นประสบการณ์ที่ทุกคนเพลิดเพลินได้ เราจองตั๋วผ่าน Groupon ซึ่งถูกกว่าซื้อหน้างานมาก
KÀ by Cirque du Soleil
ถ้าดู Cirque du Soleil แค่เรื่องเดียว แนะนำ KÀ เลย มันคือการผสมผสานระหว่างการเล่าเรื่อง การแสดงผาดโผน ศิลปะการต่อสู้ และเอฟเฟกต์บนเวทีที่น่าทึ่ง
เกร็ดความเชื่อมโยงกับบอลลีวูด: ท่าเต้นกลางอากาศสุดเร้าใจ บัลเลต์ และฟรีรันนิ่งแบบฝรั่งเศสที่เห็นในเพลง "Malang" จาก Dhoom 3 ได้แรงบันดาลใจและถูกถ่ายทอดมาจากนักแสดง Cirque du Soleil พอได้ดูพวกเขาแสดงสดแล้ว ยิ่งทำให้ซาบซึ้งกับซีเควนซ์นั้นมากขึ้นไปอีก
🌊 วอเตอร์ปาร์ค Cowabunga
ตัวเลือกที่ดีถ้ามากับเด็กหรืออยากพักจากคาสิโน
ตั๋วปกติประมาณ $50 แต่เราได้ส่วนลด $20 ต่อใบแค่เพราะเสิร์ชกูเกิล ก่อนจองลองมองหาโปรโมชันเรื่อยๆ
🚗 ทริปวันเดียว
🏜️ อุทยานแห่งชาติเดธแวลลีย์ (Death Valley National Park)
ห่างจากลาสเวกัสประมาณ 2 ชั่วโมง เดธแวลลีย์เป็นหนึ่งในอุทยานแห่งชาติที่ร้อนที่สุดและมีเอกลักษณ์ที่สุดในโลก
ทิวทัศน์ทะเลทรายสุดดราม่า พื้นที่เกลือกว้าง และภูเขาหลากสีทำให้การขับรถไปเองก็คุ้มค่า
เคล็ดลับสำคัญ: สัญญาณมือถือจำกัดมาก โหลดแผนที่ออฟไลน์ไว้ก่อนออกจากลาสเวกัส

🏞️ อุทยานแห่งชาติแกรนด์แคนยอน - ฝั่งตะวันตก (Grand Canyon National Park - West Rim)
ที่นี่คือแหล่งมรดกโลกที่ได้รับการขึ้นทะเบียนโดย UNESCO และได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางว่าเป็นหนึ่งในสิ่งมหัศจรรย์ทางธรรมชาติทั้งเจ็ดของโลก ห่างจากลาสเวกัสประมาณ 2.5 ชั่วโมง Grand Canyon West เป็นส่วนที่ใกล้ที่สุดของแกรนด์แคนยอนสำหรับคนที่พักในเมือง
จุดดึงดูดที่ใหญ่ที่สุดคือ Skywalk ที่ Eagle Point สะพานกระจกที่สูงตระหง่านเหนือแม่น้ำโคโลราโดเกือบ 4,000 ฟุต
เรายังลอง Zip Line และไป Guano Point ซึ่งมีวิวพาโนรามาของหุบเขาที่ดีที่สุด
ถ้าเวลาน้อย Grand Canyon West เป็นตัวเลือกที่ดีกว่า South Rim มาก
South Rim มีจุดชมวิวมากกว่าแต่ต้องขับรถประมาณ 4.5 ชั่วโมงต่อเที่ยว
เราโชคดีที่ได้ไปช่วงโปรโมชันวันพ่อ โดยพ่อได้เข้าฟรีเมื่อซื้อตั๋วผู้ใหญ่หนึ่งใบ
ค่าเข้าปกติประมาณ $115 เด็กได้ส่วนลด 20% และตั๋วแต่ละใบยังรวมส่วนลดค่าอาหาร $10 อีกด้วย


🌉 เขื่อนฮูเวอร์ (Hoover Dam)
ระหว่างทางกลับจากแกรนด์แคนยอน เราแวะที่เขื่อนฮูเวอร์ สร้างอยู่บนแม่น้ำโคโลราโด เขื่อนฮูเวอร์เป็นหนึ่งในสิ่งมหัศจรรย์ทางวิศวกรรมที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของศตวรรษที่ 20 สร้างเสร็จในปี 1936 จ่ายน้ำและไฟฟ้าพลังน้ำให้ผู้คนหลายล้านคนทั่วเนวาดา แอริโซนา และแคลิฟอร์เนีย
🛍️ ช้อปปิ้งเอาท์เล็ต
ลาสเวกัสมี Premium Outlets สองแห่ง
Las Vegas North Premium Outlets
ที่ที่ผมชอบมากกว่า
เป็นเอาท์เล็ตกลางแจ้งล้วน มีแบรนด์ให้เลือกหลากหลายกว่า
Las Vegas South Premium Outlets
เป็นแบบผสมทั้งในร่มและกลางแจ้ง
🍽️ อาหาร
ร้านที่เราประทับใจระหว่างทริป:
- Delhi Indian Cuisine — บุฟเฟ่ต์อินเดียประมาณ $20 มีส่วนลด 10% สำหรับครั้งหน้า
- IHOP — ตัวเลือกมื้อเช้าที่ดีมาก
- Hell's Kitchen — คุ้มค่าที่ได้ไป โดยเฉพาะถ้าเป็นแฟน Gordon Ramsay
- Naan & Curry — อาหารอินเดียมื้อเที่ยงที่ดี
- Mint Indian Bistro — ร้านอินเดียอีกหนึ่งร้านที่เยี่ยม
- Mt. Everest India's Cuisine — บุฟเฟ่ต์มื้อเที่ยงดีๆ
- The Cheesecake Factory — อาหารอร่อย และแน่นอนว่าเป็นที่มาของชีสเค้กชื่อดัง
⏳ เวลาที่ควรเผื่อ
- 2–3 วัน ถ้าเที่ยวลาสเวกัสอย่างเดียว
- 5–6 วัน ถ้าจะไปทริปวันเดียวที่แกรนด์แคนยอนและเดธแวลลีย์ด้วย
💡 สิ่งที่ได้เรียนรู้
- เปรียบเทียบราคาตั๋วระหว่างเว็บไซต์ทางการ Groupon และแพลตฟอร์มดีลอื่นๆ ก่อนจองโชว์
- เผื่อเวลาทั้งวันสำหรับทั้งแกรนด์แคนยอนและเดธแวลลีย์ ไม่มีที่ไหนเป็นทริปครึ่งวัน
- Walgreens และ ABC Stores เยี่ยมสำหรับของว่าง เครื่องดื่ม ยา และของใช้จำเป็น แต่แพงกว่า Walmart หรือ Target
- ซื้อน้ำขวดเป็นแพ็ค
- พกครีมกันแดด หมวก แว่นกันแดด และเสื้อผ้าผ้าฝ้ายบางๆ





